รู้ก่อนเริ่มคำนวณ
ตัวเลขลิตรต่อชั่วโมงบนกล่องเป็นอัตราในเงื่อนไขทดสอบ ไม่ใช่คำรับรองว่าจะเหลือเท่าเดิมหลังใส่ใย สื่อชีวภาพ ท่อ และยกน้ำสูงขึ้น การเลือกกรองจึงต้องแยกอัตราหน้ากล่องออกจากการไหลใช้งาน
รอบหมุนเวียนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น คุณภาพการดักของเสีย พื้นที่สื่อชีวภาพ การกระจายน้ำ ปริมาณอาหาร และความแรงที่สัตว์รับได้มีผลพอ ๆ กัน
เตรียมค่าให้ถูกก่อนกรอก
- ใช้ปริมาตรน้ำสุทธิ ไม่ใช้ความจุโฆษณา
- เลือกประเภทตู้จากของเสียและความต้องการกระแสน้ำ ไม่เลือกจากชนิดกรองที่อยากซื้อ
- หากไม่มีข้อมูลจริง เริ่มเผื่อ loss 25–35% แล้ววัดน้ำออกด้วยถังและนาฬิกาหลังติดตั้ง
อ่านผลลัพธ์อย่างไร
- ช่วงการไหลใช้งานบอกสิ่งที่ต้องเหลือในระบบจริง
- ช่วงหน้ากล่องช่วยคัดรุ่น แต่ต้องอ่านกราฟตามความสูงส่งของผู้ผลิต
- ถ้าปลาเกาะมุมหรือว่ายต้านตลอด ให้แก้การกระจายน้ำแม้ตัวเลข turnover จะอยู่ในช่วง
ตัวอย่างคำนวณที่นำไปใช้ได้
ตู้รวม 100 ลิตร
- ข้อมูล
- 4–6 รอบ/ชม., loss 30%
- ผล
- มองหา 571–857 L/h
หลังติดตั้งควรเหลือราว 400–600 L/h
ตู้ปลาทอง 150 ลิตร
- ข้อมูล
- 6–10 รอบ/ชม., loss 35%
- ผล
- ประมาณ 1,385–2,308 L/h
พิจารณาความจุสื่อและการเก็บเศษร่วมด้วย
ตู้กุ้ง 30 ลิตร
- ข้อมูล
- 3–5 รอบ/ชม., loss 25%
- ผล
- ประมาณ 120–200 L/h
ครอบท่อดูดและกระจายน้ำเพื่อความปลอดภัย
ตารางอ้างอิงแบบเร็ว
| ลักษณะระบบ | ช่วงตั้งต้น | สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|
| กุ้ง/ปลาชอบน้ำนิ่ง | 3–5 รอบ/ชม. | ทางดูดและแรงน้ำออก |
| ตู้รวมทั่วไป | 4–6 รอบ/ชม. | dead spot และปริมาณปลา |
| ตู้ไม้น้ำ | 4–7 รอบ/ชม. | การกระจาย CO₂/ปุ๋ย |
| ของเสียสูง | 6–10 รอบ/ชม. | สื่อกรองและการดูดตะกอน |
ตารางใช้ตรวจความสมเหตุสมผลอย่างรวดเร็ว หากต้องการค่าของระบบคุณให้ใช้เครื่องคำนวณด้านบน
สูตรและสมมติฐาน
อัตราการไหลใช้งาน = ปริมาตรน้ำ × รอบต่อชั่วโมง; อัตราหน้ากล่องที่ควรมองหา = อัตราใช้งาน ÷ (1 − % การสูญเสีย)
ผลลัพธ์เป็นค่าคำนวณหรือค่าประมาณจากข้อมูลที่กรอก ค่าจริงอาจเปลี่ยนตามการติดตั้ง ผลิตภัณฑ์ วิธีวัด และสภาพระบบ ดูหลักการรวมได้ที่หน้า วิธีคำนวณและนโยบายข้อมูล
วิธีใช้ทีละขั้น
- กรอกปริมาตรน้ำจริง ไม่ใช่ความจุเต็มตู้
- เลือกประเภทตู้เพื่อกำหนดช่วงรอบหมุนเวียนตั้งต้น
- ปรับการสูญเสียการไหลตามชนิดกรองและการเดินท่อ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ซื้อจากคำว่า ‘รองรับตู้กี่ลิตร’ โดยไม่ดู L/h
- เทียบ flow สูงสุดกับ flow ที่ต้องการโดยไม่เผื่อแรงต้าน
- แก้ของเสียสูงด้วยปั๊มแรงขึ้นอย่างเดียว
- วางทางน้ำเข้าออกชิดกันจนเกิดทางลัด
เช็กลิสต์ก่อนนำผลไปใช้
- อ่าน pump curve หรือข้อมูล flow ที่ระดับความสูงจริง
- เผื่อพื้นที่ล้างกรองและหาอะไหล่
- วัด flow ซ้ำเมื่อกรองเริ่มสกปรก
- ตรวจอุณหภูมิและออกซิเจนหากลด flow ตอนกลางคืน
ข้อควรระวังและขอบเขต
- ค่าหน้ากล่องมักวัดในสภาวะที่ไม่มีวัสดุกรองและแรงต้านต่ำ
- ปลาที่ชอบน้ำนิ่งอาจต้องกระจายทางน้ำออก แม้กรองมีความจุเพียงพอ
- คุณภาพวัสดุกรองและการดูแลสำคัญพอ ๆ กับตัวเลข L/h
คำถามที่พบบ่อย
กรองควรหมุนน้ำกี่รอบต่อชั่วโมง?
ตู้ทั่วไปมักเริ่มพิจารณาที่ประมาณ 4–6 รอบ ส่วนตู้ของเสียสูงอาจใช้มากกว่า แต่ต้องดูความแรงที่ปลารับได้ด้วย
ทำไมกรอง 1,000 ลิตรต่อชั่วโมงจึงไหลจริงไม่ถึง?
วัสดุกรอง ท่อ ข้องอ ความสูง และคราบสกปรกเพิ่มแรงต้าน ตัวเลขที่ผู้ผลิตระบุจึงไม่ใช่การไหลจริงในทุกระบบ
เลือกกรองใหญ่เกินไปได้ไหม?
ความจุสื่อกรองที่มากขึ้นมักเป็นประโยชน์ แต่กระแสน้ำอาจแรงเกินไป ควรปรับทางน้ำออกหรือเลือกรุ่นที่ปรับแรงได้
ตรวจทานสูตรและโครงเนื้อหาล่าสุด: 16 กรกฎาคม 2569 · หากพบค่าหรือคำอธิบายผิด แจ้งแก้ไขได้ที่นี่