ค่าเสื่อมผ้าใบคือต้นทุนที่คนลืมใส่
บ่อผ้าใบเป็นระบบที่เริ่มได้เร็วและถูกที่สุด จึงเป็นทางเข้าของคนเริ่มต้นเกือบทุกคน แต่ก็เป็นระบบที่ต้นทุนในแผนมักผิดมากที่สุดเช่นกัน เพราะคนคิดค่าผ้าใบเป็นค่าซื้อครั้งเดียว ทั้งที่มันคือของที่มีอายุ แดดทำให้ผ้าใบกรอบและรั่วในที่สุด ค่าที่ควรใส่ในช่องต้นทุนคงที่ต่อรอบจึงไม่ใช่ราคาผ้าใบ แต่คือราคาผ้าใบหารด้วยจำนวนรอบที่คาดว่าจะใช้ได้ ฟาร์มที่คิดแบบแรกจะเห็นกำไรในรอบต้น ๆ แล้วเจอรายจ่ายก้อนโตที่ไม่ได้วางแผนไว้เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนผ้าใบ
เรื่องที่สองคืออุณหภูมิ บ่อผ้าใบมักตื้นและน้ำน้อย ความร้อนจากแดดจึงทำให้อุณหภูมิน้ำแกว่งระหว่างวันมากกว่าบ่อดินที่น้ำเยอะ ปลาที่เจอสวิงอุณหภูมิทุกวันกินอาหารไม่สม่ำเสมอ ซึ่งโผล่ออกมาเป็น FCR ที่แย่กว่าที่คาดโดยไม่มีอะไรผิดปกติให้เห็นชัด ร่มเงาหรือตาข่ายพรางจึงไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย
เรื่องที่สามคือการระบายตะกอน ถ้าบ่อไม่มีจุดระบายที่ก้นหรือพื้นไม่ลาดเข้าหาจุดระบาย ของเสียจะค้างอยู่ตรงนั้นทั้งรอบ ระบบเดียวกันสองบ่อที่ต่างกันแค่เรื่องนี้ให้ผลต่างกันชัดเจน ตอนวางแผนจึงควรระบุไว้ด้วยว่าบ่อของคุณระบายตะกอนอย่างไร ไม่ใช่แค่ขนาดกี่ตารางเมตร
เช็กลิสต์ก่อนปล่อยปลาในบ่อผ้าใบ/พลาสติก
- ตรวจพื้นรองใต้ผ้าใบให้เรียบ ไม่มีของแหลม ก่อนปูและเติมน้ำ
- ทำหรือยืนยันจุดระบายตะกอน และให้พื้นลาดเข้าหาจุดระบาย
- เตรียมร่มเงาหรือตาข่ายพรางถ้าบ่อโดนแดดตรงทั้งวัน
- ใส่ค่าเสื่อมผ้าใบต่อรอบในช่องต้นทุนคงที่ ไม่ใช่คิดเป็นค่าซื้อครั้งเดียว
ปลาแต่ละชนิดเข้ากับบ่อผ้าใบ/พลาสติกต่างกันอย่างไร
ระบบเดียวกันให้ผลไม่เหมือนกันกับปลาคนละชนิด เพราะข้อจำกัดของระบบไปชนกับลักษณะของปลาคนละจุด ส่วนนี้สรุปให้เห็นก่อนเลือก แล้วค่อยเข้าไปดูตัวเลขในหน้าแผนเฉพาะคู่
ปลานิลในบ่อผ้าใบ/พลาสติก
คู่นี้เป็นทางเข้าของคนเริ่มต้นจำนวนมาก เพราะลงทุนต่ำและตั้งได้เร็ว จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือปลานิลไม่ใช่ปลาหายใจอากาศ ขณะที่บ่อผ้าใบมีน้ำน้อยและร้อนเร็ว น้ำอุ่นอุ้มออกซิเจนได้น้อยลง สองเงื่อนไขนี้มาเจอกันในบ่อตื้นกลางแดด คือสถานการณ์ที่ออกซิเจนตกกลางดึกได้จริง เครื่องเติมอากาศสำรองและร่มเงาจึงไม่ใช่ของเสริมสำหรับคู่นี้ และควรอยู่ในต้นทุนตั้งแต่แผนแรก
เปิดแผนปลานิลในบ่อผ้าใบ/พลาสติก →
ปลาทับทิมในบ่อผ้าใบ/พลาสติก
คู่นี้รวมข้อจำกัดสองอย่างเข้าด้วยกัน — ปลาที่ขายด้วยเกรดและระบบที่อุณหภูมิแกว่งมาก ปลาที่เจอสวิงอุณหภูมิทุกวันกินอาหารไม่สม่ำเสมอ ซึ่งกระทบทั้งการเติบโตและความสม่ำเสมอของฝูง และความสม่ำเสมอคือสิ่งที่ผู้รับซื้อดู ถ้าจะทำคู่นี้จริง ร่มเงาและความลึกน้ำที่มากพอเป็นเงื่อนไขตั้งต้น ไม่ใช่สิ่งที่ค่อยปรับทีหลัง
เปิดแผนปลาทับทิมในบ่อผ้าใบ/พลาสติก →
ปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อผ้าใบ/พลาสติก
นี่คือคู่ที่พบมากที่สุดสำหรับคนเริ่มต้น เพราะลงทุนต่ำและปลาทนต่อสภาพที่ไม่สมบูรณ์ แต่ก็เป็นคู่ที่ต้นทุนในแผนผิดง่ายที่สุดสองทางพร้อมกัน — ค่าเสื่อมผ้าใบที่ลืมใส่ และค่าอาหารโปรตีนสูงที่ปล่อยหนาแน่น ผลคือแผนดูมีกำไรสวยในกระดาษแต่บางกว่าความจริงมาก ก่อนตัดสินใจขยาย ให้ทำรอบเดียวแล้วเก็บค่าอาหารจริง ค่าแรงคัดขนาดจริง และประเมินอายุผ้าใบจากสภาพหลังรอบแรก
เปิดแผนปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อผ้าใบ/พลาสติก →
ปลาหมอชุมพร 1ในบ่อผ้าใบ/พลาสติก
บ่อผ้าใบมีขอบที่ไม่แข็งแรงเท่าบ่อปูนและมักเตี้ยกว่า ขณะที่ปลาหมอมีเงี่ยงแข็งคมและปีนป่ายได้ สองเรื่องนี้รวมกันหมายถึงความเสี่ยงทั้งปลาหนีและผ้าใบเสียหายจากเงี่ยงตอนจับ ถ้าเลือกคู่นี้ ตาข่ายคลุมและวิธีจับที่ไม่ลากอวนขูดผ้าใบเป็นเงื่อนไขตั้งต้น และควรเผื่ออายุผ้าใบให้สั้นกว่าที่ใช้กับปลาชนิดอื่น
เปิดแผนปลาหมอชุมพร 1ในบ่อผ้าใบ/พลาสติก →
ความเสี่ยงของบ่อผ้าใบ/พลาสติกที่ต้องอยู่ในแผน
- ผ้าใบเสื่อมจากแดดและรั่ว — ความเสียหายมาทีเดียวและกู้ไม่ทัน
- ปริมาตรน้ำน้อยและตื้น อุณหภูมิจึงแกว่งมากระหว่างวัน
- ไม่มีดินเป็น buffer เหมือนบ่อปูน แต่หนักกว่าเพราะน้ำน้อยกว่า
- ถ้าไม่มีจุดระบายกลางบ่อ ตะกอนจะค้างและของเสียสะสมเร็ว