คำตอบสั้น
ความหนากระจกถูกกำหนดด้วย ความสูงของน้ำ เป็นหลัก ความยาวตู้มีผลรองลงมาและหยุดมีผลเมื่อตู้ยาวเกินราวสามเท่าของความสูงน้ำ ส่วน ความกว้างไม่มีผลกับกระจกด้านข้างเลย ตู้ไทยที่น้ำสูง 15 นิ้วต้องการราว 6 มิล น้ำสูง 18–20 นิ้วต้องการราว 8–10 มิล และน้ำสูง 24 นิ้วขึ้นไปเข้าเขต 15 มิล
ก่อนอื่น — หุนกับมิลไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน
ร้านทำตู้ในไทยเรียกความหนาเป็น “หุน” ซึ่งเป็นหน่วยอังกฤษเก่า 1 หุนเท่ากับ 1 ใน 8 นิ้ว หรือ 3.175 มิลลิเมตร แต่ในทางปฏิบัติตลาดปัดเป็นเลขกลม ๆ ทำให้ชื่อที่เรียกกับค่าจริงไม่ตรงกันเล็กน้อย
| ชื่อที่ร้านเรียก | ค่าจริง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1 หุน | 3.17 มม. | เรียกกันว่ากระจก 3 มิล |
| 1.5 หุน | 4.76 มม. | เรียกกันว่า 4 มิล |
| 2 หุน | 6.35 มม. | เรียกกันว่า 6 มิล — ความหนาที่พบบ่อยที่สุดในตู้สำเร็จ |
| 2.5 หุน | 7.94 มม. | เรียกกันว่า 8 มิล |
| 3 หุน | 9.52 มม. | เรียกกันว่า 9 มิล |
| 4 หุน | 12.70 มม. | เรียกกันว่า 12 มิล |
| 5 หุน | 15.88 มม. | เรียกกันว่า 15 มิล |
ความต่างระดับ 0.3–0.5 มิลลิเมตรฟังดูน้อย แต่ในสูตรความหนาเข้าไปแบบยกกำลังสอง การเผื่อจึงหายไปเร็วกว่าที่คิด เวลาเทียบกับตัวเลขในหน้านี้ให้ยึดค่ามิลลิเมตรจริงที่วัดได้ ไม่ใช่ชื่อที่ร้านเรียก
ความสูงน้ำคือตัวชี้ขาด
น้ำกดกระจกแรงขึ้นตามความลึก แรงดันที่ก้นตู้จึงมากที่สุด และในสูตรความสูงถูกยกกำลังสามก่อนถอดรากที่สอง ผลคือความหนาที่ต้องใช้โตตามความสูงยกกำลังประมาณ 1.5 — น้ำสูงขึ้นเท่าตัว ต้องการกระจกหนาขึ้นเกือบสามเท่า ไม่ใช่สองเท่า
| ความสูงน้ำ | เป็นมิลลิเมตร | แรงดันที่ก้นตู้ | สูตรต้องการ | กระจกที่ซื้อได้ |
|---|---|---|---|---|
| 10 นิ้ว | 254 มม. | 2.5 kPa | 3.5 มม. | 4 มม. |
| 12 นิ้ว | 305 มม. | 3.0 kPa | 4.6 มม. | 5 มม. |
| 15 นิ้ว | 381 มม. | 3.7 kPa | 6.4 มม. | 8 มม. |
| 18 นิ้ว | 457 มม. | 4.5 kPa | 8.4 มม. | 10 มม. |
| 20 นิ้ว | 508 มม. | 5.0 kPa | 9.8 มม. | 10 มม. |
| 24 นิ้ว | 610 มม. | 6.0 kPa | 12.5 มม. | 15 มม. |
| 30 นิ้ว | 762 มม. | 7.5 kPa | 16.7 มม. | 19 มม. |
ทุกแถวคิดที่ตู้ยาว 60 นิ้ว กระจกธรรมดา (annealed float) ค่าความปลอดภัย 3.8
นี่คือเหตุผลที่ตู้ทรงสูงอันตรายกว่าตู้ทรงยาวที่จุน้ำเท่ากัน คนมักเลือกตู้จากปริมาตรลิตร แต่กระจกไม่ได้สนใจว่ามีน้ำกี่ลิตร มันสนใจว่าน้ำสูงเท่าไร
ความยาวมีผลน้อยกว่าที่คิด และหยุดมีผลเมื่อถึงจุดหนึ่ง
ความยาวเข้าสูตรผ่านค่าสัมประสิทธิ์ β ที่อ่านจากอัตราส่วนความยาวต่อความสูงน้ำ และ β เพดานตันที่อัตราส่วน 3
| ความยาวตู้ | ยาว ÷ สูงน้ำ | β | สูตรต้องการ | กระจกที่ซื้อได้ |
|---|---|---|---|---|
| 24 นิ้ว | 1.20 | 0.200 | 7.2 มม. | 8 มม. |
| 36 นิ้ว | 1.80 | 0.296 | 8.8 มม. | 10 มม. |
| 48 นิ้ว | 2.40 | 0.344 | 9.4 มม. | 10 มม. |
| 60 นิ้ว | 3.00 | 0.370 | 9.8 มม. | 10 มม. |
| 72 นิ้ว | 3.60 | 0.370 | 9.8 มม. | 10 มม. |
| 96 นิ้ว | 4.80 | 0.370 | 9.8 มม. | 10 มม. |
ทุกแถวคิดที่น้ำสูง 20 นิ้วคงที่
จาก 60 นิ้วไป 96 นิ้ว ความหนาที่ต้องใช้ ไม่ขยับเลย เพราะ β ตันแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนคือแผ่นกระจกแอ่นกลางมากขึ้นเมื่อพาดยาวขึ้น ซึ่งแก้ด้วยการเพิ่มคานยึดบนและคานกลาง ไม่ใช่แก้ด้วยการซื้อกระจกหนาขึ้น
ถ้าคุณกำลังเถียงกับตัวเองว่าตู้ 60 นิ้วต้องหนากว่าตู้ 48 นิ้วเท่าไร คำตอบคือแทบไม่ต่าง — 9.4 กับ 9.8 มิลลิเมตร ซึ่งปัดขึ้นไปซื้อแผ่นเดียวกัน
ความกว้างไม่มีผลกับกระจกด้านข้างเลย
ข้อนี้ขัดสามัญสำนึกที่สุด ตู้ 48×20×20 กับ 48×24×20 ใช้กระจกด้านหน้าและด้านข้างหนาเท่ากัน เพราะแผ่นกระจกถูกกำหนดด้วยสองอย่างเท่านั้น คือน้ำสูงเท่าไรกดอยู่ และแผ่นต้องพาดยาวเท่าไร ความลึกจากหน้าไปหลังไม่เกี่ยว
สิ่งที่ความกว้างเปลี่ยนคือ ปริมาณน้ำและน้ำหนักที่ลงพื้น กับ กระจกก้นตู้ ซึ่งคิดจากอัตราส่วนยาวต่อกว้าง ไม่ใช่ยาวต่อสูง นี่คือเหตุผลที่ตารางด้านล่างแยกคอลัมน์ก้นตู้ออกมา
ตารางขนาดตู้มาตรฐานไทย
| ตู้ (นิ้ว) | สูงน้ำ (มม.) | ยาว ÷ สูง | สูตรต้องการ | กระจกด้านข้าง | กระจกก้นตู้ |
|---|---|---|---|---|---|
| 16×8×10 | 254 | 1.60 | 3.0 มม. | 4 มม. (1.5 หุน) | 4.3 → 5 มม. |
| 20×10×12 | 305 | 1.67 | 4.0 มม. | 4 มม. (1.5 หุน) | 5.6 → 6 มม. |
| 24×12×12 | 305 | 2.00 | 4.2 มม. | 5 มม. | 5.6 → 6 มม. |
| 24×12×15 | 381 | 1.60 | 5.5 มม. | 6 มม. (2 หุน) | 7.9 → 8 มม. |
| 30×15×18 | 457 | 1.67 | 7.3 มม. | 8 มม. (2.5 หุน) | 10.4 → 12 มม. |
| 36×18×18 | 457 | 2.00 | 7.8 มม. | 8 มม. (2.5 หุน) | 10.4 → 12 มม. |
| 48×20×20 | 508 | 2.40 | 9.4 มม. | 10 มม. | 12.5 → 15 มม. |
| 60×20×20 | 508 | 3.00 | 9.8 มม. | 10 มม. | 13.6 → 15 มม. |
| 72×24×24 | 610 | 3.00 | 12.9 มม. | 15 มม. (5 หุน) | 17.9 → 19 มม. |
กระจกธรรมดา ค่าความปลอดภัย 3.8 คิดที่น้ำสูงเต็มขอบแผ่น ซึ่งเป็นกรณีแย่ที่สุด
สังเกตว่ากระจกก้นตู้ต้องหนากว่าด้านข้างเสมอ เพราะแผ่นก้นรับน้ำหนักน้ำทั้งตู้ในแนวตั้ง แต่ข้อนี้ใช้กับตู้ที่ยึดขอบสี่ด้านโดยไม่มีอะไรรองก้นเท่านั้น ถ้าก้นตู้วางบนขาตั้งที่รองรับเต็มพื้นที่และเรียบสม่ำเสมอ แผ่นก้นจะถ่ายน้ำหนักลงขาตั้งแทน และใช้ความหนาเท่ากับด้านข้างได้ — ซึ่งเป็นวิธีที่ตู้ส่วนใหญ่ทำกัน
ตอบคำถามที่ฟอรัมไทยเถียงกันมาสิบกว่าปี
“ตู้ 60×20×20 กระจก 2 หุน ไหวมั้ย” เป็นกระทู้ที่ถามซ้ำมาตั้งแต่ราวปี 2553 และคำตอบมักลงเอยที่ประสบการณ์ส่วนตัว — ฝั่งหนึ่งบอกว่าใช้อยู่ไม่เห็นเป็นไร อีกฝั่งบอกว่าเสี่ยง ลองแปลงเป็นตัวเลขดู
ตารางนี้กลับสูตร คือเอาความหนากระจกที่มีอยู่ไปหาว่าได้ ค่าความปลอดภัยจริง เท่าไร เทียบกับเกณฑ์งานอดิเรกที่ 3.8
| ความหนากระจก | ตู้ 48×20×20 | ตู้ 60×20×20 | ตู้ 72×24×24 |
|---|---|---|---|
| 6 มม. (2 หุน) | 1.53 | 1.42 | 0.82 |
| 8 มม. (2.5 หุน) | 2.72 | 2.53 | 1.47 |
| 10 มม. | 4.26 | 3.96 | 2.29 |
| 12 มม. (4 หุน) | 6.13 | 5.70 | 3.30 |
ค่าความปลอดภัยจริง คิดบนสมมติฐานกระจกแผ่นเปล่าไม่มีคานยึด · เกณฑ์งานอดิเรก = 3.8
สิ่งที่ตัวเลขบอก และสิ่งที่มันไม่ได้บอก
- กระจก 2 หุนบนตู้ 60×20×20 ให้ค่าความปลอดภัยราว 1.4 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่สูตรตั้งไว้มาก
- แต่ตู้ 48×20×20 ที่หลายคนเชื่อว่า “2 หุนปลอดภัย” ก็ได้แค่ 1.5 — แทบไม่ต่างกัน ความเชื่อที่ว่า 48 ปลอดภัยแต่ 60 ไม่ปลอดภัย จึงคลาดเคลื่อน ตัวที่กดทั้งคู่คือความสูงน้ำ 20 นิ้ว ไม่ใช่ความยาว
- ตู้ 72×24×24 ที่ 2 หุนได้ค่า 0.82 ซึ่งต่ำกว่า 1 แปลว่าสูตรมองว่าเกินขีดจำกัดของวัสดุไปแล้ว
แล้วทำไมตู้พวกนี้ถึงยังใช้กันอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เพราะสูตรคิดบนกระจกแผ่นเปล่าที่ยึดขอบสี่ด้านอย่างเดียว ตู้ที่ขายจริงมีขอบบน คานกลาง และบางรุ่นมีโครงรอบ ซึ่งลดระยะพาดอิสระของแผ่นลงและเปลี่ยนโจทย์ไปทั้งหมด ผู้ผลิตที่ควบคุมคุณภาพกระจกและออกแบบคานเองจึงใช้ค่าความปลอดภัยต่ำกว่า 3.8 ได้อย่างมีเหตุผล
ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ไม่ใช่คำพิพากษาว่าตู้ของคุณจะแตก ถ้าตู้มีคานยึดครบและใช้มาหลายปีแล้วไม่มีปัญหา ก็ไม่ใช่เหตุให้ตื่นตระหนก แต่ถ้ากำลังจะสั่งตู้ใหม่ ไม่มีคานยึด หรือจะวางในที่ที่มีคนนั่งใต้หรือเดินผ่านบ่อย การขยับขึ้นหนึ่งขั้นความหนาคือส่วนต่างที่ถูกที่สุดในงบทั้งก้อน
ขอบกระจกคือจุดที่ตู้พังจริง ๆ
สูตรทั้งหมดข้างบนสมมติว่ากระจกสมบูรณ์ ในทางปฏิบัติตู้ที่แตกมักไม่ได้แตกเพราะกระจกบางเกินไป แต่เพราะขอบแผ่นบิ่นหรือตัดมาไม่เรียบ ซึ่งกินความแข็งแรงที่การคำนวณสมมติว่ามีอยู่ไปเฉย ๆ
- ตรวจขอบทุกแผ่นก่อนประกอบ ถ้ามีรอยบิ่นให้เปลี่ยน ไม่ใช่ซ่อม
- ซิลิโคนต้องหนาพอ (ราว 0.5–1 มม.) เพื่อรับความไม่เรียบของขอบ ไม่ใช่บีบให้กระจกชนกัน
- รองก้นตู้ด้วยแผ่นนุ่มเช่นโฟม เพื่อไม่ให้เศษกรวดหรือฝุ่นกลายเป็นจุดกดจุดเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุการแตกที่พบบ่อย
- พื้นที่วางต้องเรียบและได้ระดับ ขาตั้งที่บิดทำให้แผ่นก้นรับแรงไม่สม่ำเสมอ
ที่มาของตัวเลขในหน้านี้
ทุกตัวเลขคำนวณจากวิธีของ Warren Stilwell ตีพิมพ์ในนิตยสาร Aquarium World ฉบับกุมภาพันธ์ 2001 ซึ่งเป็นวิธีที่เครื่องคำนวณความหนากระจกตู้ปลาส่วนใหญ่ใช้อ้างอิงกันมาจนถึงปัจจุบัน
สูตรความหนากระจกด้านข้าง
t = √( β × H³ × 0.00001 ÷ B ) มิลลิเมตร
ค่าที่ใช้
H = ความสูงน้ำเป็นมิลลิเมตร · B = ความเค้นที่ยอมให้ = 19.2 ÷ ค่าความปลอดภัย · ค่าความปลอดภัย = 3.8 (เกณฑ์งานอดิเรก) → B = 5.05 N/mm² · β อ่านจากตารางตามอัตราส่วนความยาวต่อความสูง (0.085 ที่อัตราส่วน 0.5 ถึง 0.37 ที่อัตราส่วน 3 ขึ้นไป) · กระจกก้นตู้ใช้ β อีกชุดที่อ่านจากอัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
สมมติกระจกธรรมดา (annealed float) แผ่นเรียบ ขอบสมบูรณ์ ยึดครบสี่ด้าน และไม่มีคานยึดช่วย ไม่ครอบคลุมกระจกเทมเปอร์ กระจกลามิเนต แผ่นที่เจาะรู หรือแผ่นที่มีรอยเสียหาย
นี่คือเครื่องมือวางแผน ไม่ใช่การรับรองความปลอดภัย ตู้ที่พังจะปล่อยน้ำทั้งหมดลงพื้นภายในไม่กี่วินาที ซึ่งทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ปลาตาย และคนบาดเจ็บได้ ตู้ขนาดใหญ่ ตู้ไม่มีขอบบน หรือตู้ที่จะวางในที่สาธารณะ ควรให้ร้านทำตู้หรือช่างกระจกตรวจก่อนเติมน้ำ เมื่อลังเล ให้เลือกหนาขึ้นหนึ่งขั้น
เครื่องมือที่ใช้ร่วมกัน
ปริมาตรตู้ปลา
หาน้ำจริงเป็นลิตรจากขนาดตู้ พร้อมหักขอบน้ำ ดิน และหินแยกกัน
เปิดเครื่องมือ คู่มือน้ำหนักตู้และพื้นบ้าน
ตู้เต็มระบบหนักเท่าไร และพื้นจุดไหนวางได้จุดไหนควรเลี่ยง
อ่านคู่มือ คู่มือเลือกกรองตู้ปลา
ทำไมตัวเลขลิตรต่อชั่วโมงหน้ากล่องถึงใช้เลือกกรองตรง ๆ ไม่ได้
อ่านคู่มือคำถามที่พบบ่อย
ตู้ 60×20×20 กระจก 2 หุน ไหวไหม
ถ้าคิดแบบกระจกแผ่นเปล่าไม่มีคานยึด กระจก 6 มม. บนตู้ 60×20×20 ให้ค่าความปลอดภัยราว 1.4 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์งานอดิเรกที่ 3.8 มาก แต่ตู้ที่ขายจริงมีขอบบนและคานกลางช่วยรับแรง ผู้ผลิตจึงใช้ค่าความปลอดภัยต่ำกว่าได้ ตัวเลขนี้จึงบอกว่า "บางกว่าเกณฑ์ที่สูตรตั้งไว้" ไม่ได้แปลว่าตู้ของคุณจะแตก ถ้าตู้ไม่มีคานยึด หรือจะวางในที่ที่คนเดินผ่านบ่อย ให้ปรึกษาร้านทำตู้ก่อน
ทำไมตู้ยาว 60 นิ้วกับ 48 นิ้วถึงใช้กระจกหนาเท่ากัน
เพราะความยาวเข้าสูตรผ่านค่าสัมประสิทธิ์ β ซึ่งหยุดเพิ่มเมื่ออัตราส่วนความยาวต่อความสูงน้ำเกินราว 3 ตู้ที่น้ำสูงเท่ากันตั้งแต่ยาว 60 นิ้วขึ้นไปจึงได้ความหนาเท่ากันหมด สิ่งที่เปลี่ยนคือการแอ่นกลางแผ่น ซึ่งแก้ด้วยคานยึด ไม่ใช่แก้ด้วยกระจกหนาขึ้น
ความกว้างของตู้มีผลต่อความหนากระจกไหม
ไม่มีผลต่อกระจกด้านข้างและด้านหน้าเลย ความกว้างเปลี่ยนแค่ปริมาตรน้ำและน้ำหนักที่ลงพื้น กระจกแผ่นหนึ่งถูกกำหนดด้วยความสูงน้ำที่กดอยู่และระยะที่แผ่นต้องพาด ไม่ใช่ความลึกจากหน้าไปหลัง แต่ความกว้างมีผลกับกระจกก้นตู้
หุนกับมิลต่างกันยังไง
1 หุน เท่ากับ 1 ใน 8 นิ้ว หรือ 3.175 มิลลิเมตร ตลาดไทยปัดเรียกเป็นตัวเลขกลม ๆ เช่น 2 หุน เรียกกระจก 6 มิล ทั้งที่ค่าจริงคือ 6.35 มิล เวลาเทียบกับผลคำนวณให้ใช้ค่ามิลลิเมตรจริง ไม่ใช่ชื่อที่ร้านเรียก
ทำไมน้ำสูงขึ้นเท่าตัว แต่กระจกต้องหนาขึ้นมากกว่าเท่าตัว
เพราะความสูงน้ำถูกยกกำลังสามอยู่ในสูตรแล้วค่อยถอดรากที่สอง ความหนาจึงโตตามความสูงยกกำลังประมาณ 1.5 จากน้ำสูง 10 นิ้วเป็น 20 นิ้ว ความหนาที่ต้องใช้เพิ่มจาก 3.5 เป็น 9.8 มิลลิเมตร คือเกือบสามเท่า ไม่ใช่สองเท่า
ตู้กระจกเทมเปอร์ใช้บางกว่าได้ไหม
กระจกเทมเปอร์แข็งแรงกว่ากระจกธรรมดาหลายเท่า สูตรจึงขอความหนาน้อยลง แต่มีข้อแลกที่ต้องรู้ก่อน คือตัดหรือเจาะหลังอบไม่ได้ และเวลาพังมันแตกละเอียดทั้งแผ่นพร้อมกัน ไม่ใช่ร้าวแล้วค่อย ๆ ซึมแบบกระจกธรรมดา ซึ่งหมายถึงน้ำทั้งตู้ลงพื้นในครั้งเดียว