คู่มือเลือกอุปกรณ์

ตู้ปลาหนักเท่าไร และพื้นบ้านรับไหวไหม

ตู้ 48 นิ้วเต็มระบบหนักกว่า 400 กิโลกรัม — แต่ตัวเลขที่คนเอาไปเทียบกับกฎหมายมักเป็นตัวเลขผิดตัว

คำตอบสั้น

ให้ดู น้ำหนักรวม ไม่ใช่กิโลกรัมต่อตารางเมตร และให้ดู ตำแหน่งที่วาง มากกว่าทั้งสองอย่าง ตู้ไม่เกิน 36 นิ้วบนพื้นคอนกรีตชิดผนังแทบไม่ต้องคิดมาก ตู้ 48 นิ้วขึ้นไปควรวางชิดผนังรับน้ำหนักหรือใกล้เสา ส่วนตู้ที่รวมระบบแล้วเกิน 300 กิโลกรัมบนชั้นที่ไม่ใช่พื้นบนดิน ควรให้วิศวกรดูก่อน

ตู้หนักกว่าที่คนคิดมาก เพราะคนคิดแค่น้ำ

เวลาถามกันว่าตู้หนักเท่าไร คำตอบที่ได้มักเป็นจำนวนลิตรแปลงเป็นกิโลกรัม ซึ่งตกหล่นไปสามอย่าง — กระจกเอง กรวดหรือดินปลูก และขาตั้ง รวมกันแล้วเพิ่มขึ้นอีกราวหนึ่งในสามของน้ำหนักน้ำ

ตู้ (นิ้ว)น้ำกระจกกรวดขาตั้งรวมพื้นที่ฐาน
24×12×1562 กก.13 กก.14 กก.6 กก.96 กก.0.19 ม²
30×15×18120 กก.27 กก.22 กก.12 กก.180 กก.0.29 ม²
36×18×18172 กก.33 กก.31 กก.15 กก.252 กก.0.42 ม²
48×20×20287 กก.59 กก.46 กก.27 กก.419 กก.0.62 ม²
60×20×20358 กก.71 กก.58 กก.32 กก.519 กก.0.77 ม²
72×24×24629 กก.153 กก.84 กก.69 กก.935 กก.1.11 ม²

คิดที่น้ำเว้นขอบ 1 นิ้ว · กรวดหนา 5 ซม. ที่ความหนาแน่น 1.5 กก./ลิตร · ขาตั้งเหล็กประมาณการจากน้ำหนักกระจก · ความหนากระจกใช้ค่าที่สูตรแนะนำจาก คู่มือความหนากระจก

ตัวเลขที่ควรจำคือตู้ 48 นิ้วเต็มระบบหนักราว 420 กิโลกรัม เทียบเท่าคนตัวโตหกคนยืนรวมกัน และตู้ 72 นิ้วเข้าใกล้หนึ่งตัน ถ้าคุณกำลังคิดว่าจะยกเองหรือให้คนสองคนช่วยขยับหลังเติมน้ำแล้ว คำตอบคือทำไม่ได้

จุดที่คนเข้าใจผิดกันทั้งอินเทอร์เน็ต

คำถามยอดนิยมคือเอาน้ำหนักตู้หารด้วยพื้นที่ฐาน แล้วเอาไปเทียบกับตัวเลขน้ำหนักบรรทุกจรในกฎหมาย พอเห็นว่า 680 มากกว่า 200 ก็สรุปว่าพื้นรับไม่ไหว

การเทียบแบบนี้ผิดประเภท และวิธีที่เห็นภาพที่สุดคือเอาตัวเองไปวางในตารางเดียวกัน

สิ่งที่วางบนพื้นพื้นที่สัมผัสแรงกดต่อตารางเมตร
คนหนัก 70 กก. ยืนสองเท้า~0.035 ม²~2,000 กก./ตร.ม.
ตู้ 72×24×24 เต็มระบบ1.11 ม²~840 กก./ตร.ม.
ตู้ 48×20×20 เต็มระบบ0.62 ม²~680 กก./ตร.ม.
ตู้เย็นสองประตู ~90 กก.~0.35 ม²~260 กก./ตร.ม.
เกณฑ์ออกแบบที่พักอาศัย (กฎกระทรวง 2566)ต่อทั้งพื้นที่200 กก./ตร.ม.

คนหนัก 70 กิโลยืนสองเท้ากดพื้นแรงกว่าตู้ 72 นิ้วมากกว่าสองเท่า แต่ไม่มีใครกลัวว่าพื้นจะถล่มเพราะมีคนยืนอยู่ ถ้าตรรกะ “แรงกดมากกว่าเกณฑ์เท่ากับพัง” ใช้ได้จริง เราคงเดินในบ้านตัวเองไม่ได้

เหตุผลคือ น้ำหนักบรรทุกจรเป็นค่าที่สมมติว่ากระจายทั่วทั้งพื้นห้อง ไม่ใช่เพดานของแรงกดเฉพาะจุด แผ่นพื้นคอนกรีตทำหน้าที่กระจายแรงไปยังคานและเสารอบ ๆ ของหนักวางจุดเดียวจึงถูกรับด้วยพื้นที่ที่ใหญ่กว่าฐานของมันมาก ยิ่งไปกว่านั้นการออกแบบยังคูณตัวประกอบความปลอดภัยเข้าไปอีกชั้น

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องคิดอะไรเลย ตู้ปลาต่างจากคนยืนตรงที่มัน อยู่ที่เดิมตลอดเวลาหลายปี และรวมกันเป็นน้ำหนักก้อนเดียวที่มากพอจะเปลี่ยนพฤติกรรมของแผ่นพื้นได้ ถ้าวางผิดที่

พื้นบ้านในไทยถูกออกแบบให้รับเท่าไร

คำตอบขึ้นกับปีที่ขออนุญาตก่อสร้าง เพราะเกณฑ์เพิ่งเปลี่ยน

เกณฑ์ที่ใช้ที่พักอาศัยบังคับใช้กับ
กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2527)150 กก./ตร.ม.อาคารที่ขออนุญาตก่อนปี 2566
กฎกระทรวง พ.ศ. 2566200 กก./ตร.ม.อาคารที่ขออนุญาตตั้งแต่ปี 2566

กฎกระทรวงปี 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 6 กันยายน 2566 · ส่วนอื่นของอาคารเช่นทางเดินหรือพื้นที่ให้บริการใช้ค่าสูงกว่านี้

สิ่งที่ตารางนี้บอกจริง ๆ ไม่ใช่ “ตู้ของคุณผ่านหรือไม่ผ่าน” แต่คือ บ้านเก่ากับบ้านใหม่ถูกออกแบบด้วยสมมติฐานไม่เท่ากัน ถ้าบ้านหรือคอนโดของคุณสร้างมานานและคุณกำลังจะวางของหนักถาวร ระยะห่างจากเกณฑ์ที่ผู้ออกแบบเผื่อไว้ก็แคบกว่าบ้านใหม่

ตำแหน่งที่วางสำคัญกว่าน้ำหนัก

แผ่นพื้นไม่ได้แข็งแรงเท่ากันทุกจุด ตรงที่ใกล้คานหรือเสาถ่ายน้ำหนักลงได้เกือบทันที ส่วนกลางช่วงพื้นคือจุดที่แผ่นพื้นแอ่นมากที่สุดและรับของหนักได้น้อยที่สุด ของน้ำหนักเท่ากันวางต่างจุดจึงให้ผลต่างกันมาก

  • ดีที่สุด — ชั้นล่างของบ้านที่พื้นวางบนดินโดยตรง ตรงนี้แทบไม่มีข้อจำกัด
  • ดี — ชิดผนังรับน้ำหนักหรือใกล้เสา และวางให้ด้านยาวของตู้ตั้งฉากกับแนวคาน เพื่อให้น้ำหนักลงคานมากกว่าหนึ่งตัว
  • ต้องคิด — กลางห้อง ห่างจากผนังและเสา โดยเฉพาะบนชั้นสองขึ้นไป
  • ไม่ควร — ระเบียงที่ยื่นออกจากตัวอาคาร ซึ่งเป็นโครงสร้างคนละแบบและมักไม่ได้ออกแบบมารับของหนักถาวร
  • ระวังเป็นพิเศษ — พื้นไม้หรือบ้านไม้ ซึ่งพฤติกรรมต่างจากคอนกรีตโดยสิ้นเชิงและเสื่อมตามอายุ

มีสัญญาณหนึ่งที่สังเกตได้เองโดยไม่ต้องมีเครื่องมือ คือถ้าเดินผ่านแล้วรู้สึกว่าพื้นสั่นหรือของบนชั้นวางขยับ แปลว่าแผ่นพื้นตรงนั้นยืดหยุ่นมากกว่าที่ควร ซึ่งเป็นเหตุผลให้เลี่ยงจุดนั้นไว้ก่อน

ขาตั้ง — สิ่งที่ต้องดูจริง ๆ

ขาตั้งไม่ได้ลดน้ำหนักที่โครงสร้างต้องรับ หน้าที่ของมันคือรับก้นตู้ให้สม่ำเสมอและกระจายแรงลงพื้นโดยไม่กดเป็นจุด

  • ได้ระดับ คือข้อที่สำคัญที่สุด ขาตั้งที่บิดเพียงเล็กน้อยทำให้กระจกก้นรับแรงไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นสาเหตุตู้แตกที่พบบ่อยกว่ากระจกบางเกินไป
  • รองรับเต็มก้น ถ้าขาตั้งรองรับเฉพาะขอบ แผ่นก้นต้องรับน้ำหนักน้ำเองทั้งหมด ซึ่งต้องใช้กระจกหนากว่า
  • รองด้วยแผ่นนุ่ม เช่นโฟมบาง เพื่อไม่ให้เศษกรวดหรือฝุ่นกลายเป็นจุดกดจุดเดียวใต้กระจก
  • ฐานกว้างกว่าดีกว่า เพราะกระจายแรงลงพื้นสม่ำเสมอขึ้นและไม่ทำให้กระเบื้องแตกใต้ขา
  • ตรวจซ้ำหลังเติมน้ำ ขาตั้งบางตัวยุบตัวเล็กน้อยเมื่อรับน้ำหนักจริง ควรวัดระดับอีกครั้งหลังเติมเต็มและหลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์

เมื่อไรควรหยุดแล้วถามวิศวกร

ไม่ใช่ทุกตู้ต้องปรึกษาวิศวกร แต่มีเงื่อนไขที่ควรถามก่อนเติมน้ำ

  • ตู้รวมระบบแล้วหนักเกินราว 300 กิโลกรัม และไม่ได้อยู่ชั้นล่างที่พื้นวางบนดิน
  • จะวางกลางห้องห่างจากผนังรับน้ำหนักและเสา
  • จะวางบนระเบียง พื้นไม้ หรือส่วนต่อเติมที่ไม่ได้อยู่ในแบบเดิมของอาคาร
  • อาคารเก่าที่ไม่ทราบปีก่อสร้างหรือไม่มีแบบ
  • เป็นอาคารเช่า ซึ่งอาจมีข้อกำหนดของนิติบุคคลเรื่องน้ำหนักที่วางในห้อง

หน้านี้เป็นเครื่องมือช่วยคิด ไม่ใช่การประเมินโครงสร้าง การตัดสินว่าพื้นจุดหนึ่งรับน้ำหนักได้เท่าไรต้องรู้แบบโครงสร้าง ระยะคาน ความหนาพื้น และการเสริมเหล็กจริง ซึ่งดูจากภายนอกไม่ได้ ตู้ที่พังหรือพื้นที่เสียหายสร้างความเสียหายทั้งกับตัวเอง เพื่อนบ้านชั้นล่าง และคนในบ้าน เมื่อลังเลให้ถามวิศวกรหรือผู้ดูแลอาคาร

ที่มาของตัวเลขในหน้านี้

น้ำหนัก — คำนวณจากขนาดตู้โดยตรง น้ำที่ 1 กก./ลิตร กระจกที่ความหนาแน่น 2.5 ก./ซม³ กรวดที่ 1.5 กก./ลิตร หนา 5 ซม. และหักปริมาตรน้ำที่กรวดแทนที่ ส่วนขาตั้งเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่สเปกของรุ่นใดรุ่นหนึ่ง

ความหนากระจกที่ใช้คำนวณน้ำหนัก — จากวิธีของ Warren Stilwell, Aquarium World (ก.พ. 2001) ที่ค่าความปลอดภัย 3.8 ดูรายละเอียดใน คู่มือความหนากระจก

น้ำหนักบรรทุกจร — กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2527) ข้อ 15 กำหนดที่พักอาศัยไว้ที่ 150 กก./ตร.ม. และกฎกระทรวงกำหนดการออกแบบโครงสร้างอาคารฯ พ.ศ. 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 6 กันยายน 2566 ปรับเป็น 200 กก./ตร.ม.

สิ่งที่หน้านี้ไม่ได้ทำ — ไม่ได้คำนวณกำลังรับน้ำหนักของพื้นจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งต้องใช้แบบโครงสร้างจริง

เครื่องมือที่ใช้ร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย

ตู้ 48 นิ้วกด 680 กก./ตร.ม. แต่กฎหมายบอก 200 แปลว่าพื้นจะพังใช่ไหม

ไม่ใช่ และเป็นการเทียบผิดประเภท ค่าน้ำหนักบรรทุกจรในกฎกระทรวงคือน้ำหนักที่สมมติว่ากระจายทั่วทั้งพื้นห้อง ไม่ใช่เพดานของแรงกดเฉพาะจุด ลองคิดดูว่าคนหนัก 70 กิโลยืนสองเท้ากดพื้นราว 2,000 กก./ตร.ม. ซึ่งสูงกว่าตู้ปลาหลายเท่า แต่ไม่มีใครกลัวพื้นถล่มเพราะคนยืน เพราะแผ่นพื้นกระจายแรงไปยังคานและเสา ไม่ได้รับเฉพาะตรงจุดที่กด

แล้วอะไรคือสิ่งที่ควรกังวลจริง ๆ

น้ำหนักรวมกับตำแหน่งที่วาง ตู้ 72 นิ้วเต็มระบบหนักเกือบหนึ่งตัน ซึ่งเทียบเท่าคนยืนเบียดกันสิบสี่คนในพื้นที่หนึ่งตารางเมตรเศษ และวางค้างไว้ตลอดเวลา ไม่ใช่ชั่วคราวแบบคนเดิน จุดที่วางจึงสำคัญกว่าตัวเลขแรงกด — ชิดผนังรับน้ำหนักหรือใกล้เสาปลอดภัยกว่ากลางช่วงพื้นมาก

พื้นบ้านในไทยถูกออกแบบให้รับเท่าไร

กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2527 กำหนดน้ำหนักบรรทุกจรของที่พักอาศัยไว้ที่ 150 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ต่อมากฎกระทรวงปี พ.ศ. 2566 ปรับขึ้นเป็น 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร อาคารแต่ละหลังถูกออกแบบตามเกณฑ์ที่บังคับใช้ ณ ตอนขออนุญาตก่อสร้าง บ้านหรือคอนโดที่สร้างก่อนปี 2566 จึงใช้เกณฑ์เดิม

วางตู้ใหญ่บนระเบียงคอนโดได้ไหม

ระเบียงที่ยื่นออกไปจากตัวอาคารเป็นโครงสร้างแบบยื่น ซึ่งรับน้ำหนักได้ต่างจากพื้นภายในห้องโดยสิ้นเชิง และมักไม่ได้ออกแบบมารับของหนักถาวร ตู้ขนาดใหญ่ไม่ควรวางบนระเบียงโดยไม่ผ่านการตรวจจากวิศวกร ไม่ว่าตัวเลขแรงกดจะดูน้อยแค่ไหน

ขาตั้งกว้างขึ้นช่วยให้ปลอดภัยขึ้นไหม

ช่วยในแง่กระจายแรงลงพื้นให้สม่ำเสมอขึ้น และลดโอกาสที่ขาตั้งจะกดเป็นจุดเดียวจนพื้นผิวเสียหาย แต่ไม่ได้ลดน้ำหนักรวมที่โครงสร้างต้องรับ สิ่งที่สำคัญกว่าคือขาตั้งต้องได้ระดับและรองรับก้นตู้สม่ำเสมอ เพราะขาตั้งที่บิดทำให้กระจกก้นรับแรงไม่เท่ากันซึ่งเป็นสาเหตุตู้แตกที่พบบ่อย

ควรถามวิศวกรเมื่อไร

เมื่อเข้าข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ — ตู้รวมระบบหนักเกินราว 300 กิโลกรัม จะวางบนอาคารที่ไม่ใช่ชั้นล่างที่อยู่บนดิน จะวางกลางห้องห่างจากผนังและเสา จะวางบนระเบียงหรือพื้นไม้ หรืออาคารเก่าที่ไม่ทราบปีก่อสร้าง ค่าตรวจถูกกว่าความเสียหายจากน้ำหลายร้อยลิตรลงพื้นมาก